phitsanulok fishing

พูดคุยเรื่อง ตกปลา เหยื่อปลอม รอกตกปลา คลิปตกปลา กับพิษณุโลกฟิชชิ่ง : Fishing Club

Member Login

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
การค้นหาขั้นสูง

ข่าว:

หัวเชื้อปลาจีนสดุ้ง

ผู้เขียน หัวข้อ: เทคนิค วิธีการตกปลาแบบ หลิว + สปิ๋ว มาฝากกันอีกครับ..........  (อ่าน 35435 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 11 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ฅนสันโดษ

  • Auction&Seller Member
  • *
  • คะแนนโหวต 16
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 779
  • ชื่อ-สกุล: dong. ฅนสันโดษ
  • ที่อยู่: อ.คีรีมาศ จ. สุโขทัย
  • เบอร์โทร: 08-9703-6165
  • อย่าคิดมาก พรุ่งนี้ก็เช้าแล้ว...ครับ


ไหนๆ ก็ไหนๆ ครับ สปิ๋ว+หลิวอีกทีครับ ขออนุญาต น้าหน้าหนุ่ม PFC เหมือนเดิมครับ LINK ข้อมูลอีกแล้วครับ
ขอออกตัวก่อนนะครับ นี่มิใช่บทความของผมนะครับ แต่เป็นของน้า madfishin  แห่ง fishing4you ครับ เป็นอีกแหล่งข้อมูลของผมครับ ที่เข้าไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ เรียนรู้ เรื่องของการตกปลา แบบหลิง-สปิ๋วครับ
   และอนุญาตเจ้าของบทความทุกท่านนะครับ โดยเฉพาะน้า madfishin  และ เวป fishing4you.com ครับ ขออนุญาตเผยแพร่บทความครับ

เอาแบบนี้ดีกว่าอ่านง่ายครับ ต้องการภาพตามไปทีลิงค์ครับ
http://www.fishing4you.com/webboard/index.php?topic=2261.0.

 เรียนทุกท่านทีเข้ามาอ่านบทความ อ่านแล้วอย่าเชื่อครับกรุณานำไปใช้แล้วคิดต่อยอดออกไปอีก   ได้ผลอย่างไรเอามาบอกเล่าให้เพื่อนๆของเราจะเป็นประโยชน์ที่สุดครับ  ขอบคุณทุกท่าน

 วันนี้ว่าด้วย ชิงหลิว ภาค1 เริ่มต้นเรียนรู้ 

   สวัสดีทุกๆท่านที่แวะมาชมนะครับ วันนี้ผมจะมาแนะนำท่านที่ต้องการจะตกปลาด้วยคันชิงหลิวกันนะครับ
                 การตกปลาด้วยคันชิงหลิว  มีประเทศที่ตกกันเก่งๆหลายประเทศ เช่นไทย  ญี่ปุ่น เกาหลี จีน ไต้หวัน   ที่จริงแล้วคนไทยน่าจะเรียกว่าคันหยก  ภาษาญี่ปุ่น เรียก "เฮรา_เซาว์โอะ"(HERA-SAO ทับศัพท์เลยนะครับ ไม่รู้อ่านแบบนี้หรือเปล่า )
ส่วนที่เรียกชิงหลิวนี่คนไทยจะคุ้นคำนี้   
                 วิธีที่ผมแนะนำได้มาจากเพื่อนชาวญี่ปุ่นที่มาเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่เมืองไทย  กับอีกท่านที่กล่าวได้ว่าเป็นผู้บุกเบิกและส่งเสริมการตกปลาด้วยคันชิงหลิว    ผมได้ไปหาซื้ออุปกรณ์และได้คำแนะนำจากท่านนี้ด้วยความกรุณาเป็นอย่างยิ่งเมื่อกว่า20ปีที่แล้ว  นั่นคือคุณกานดา  สีแสงสุวรรณชัย  แห่งร้านD&K SPORT  ท่านมาแนวญี่ปุ่นเช่นกัน   รูปแบบการตกปลาด้วยคันชิงหลิวจะใช้ความคิด สมาธิมากกว่าพละกำลัง
                 เมื่อ30ปีที่แล้วเชื่อไหมครับว่า คนญี่ปุ่นตกปลาสิบคน แปดหรือเก้าคนจะตกด้วยคันชิงหลิวกัน  การตกปลาประเภทนี้จะปราณีตและละเอียดอ่อนมากทุกขั้นทุกตอน เรามาดูกันเลยดีกว่าว่า เราจะเริ่มตกปลาด้วยคันที่พริ้วไหวแบบนี่อย่างไร
   มารู้จักอุปกรณ์ที่ควรมีกันก่อน จะมีกันครบหรือไม่ก็แล้วแต่ความจำเป็นของแต่ละท่าน
   1.คันเบ็ด
   2.สายเอ็น
   3.ทุ่น
   4.ลูกหมุน
   5.ลายสตอปเปอร์
   6.สวิงช้อนปลา(ด้ามควรจะยาว)
   7.ที่พัก-ที่ตั่งคันเบ็ด
   8.กระชังขังปลา
   9.ที่ใส่เหยื่อ
  10.เก้าอี้
                 เตรียมกันพร้อมแล้วนะครับ   คันชิงหลิวจะแพงจะถูกอย่าไปสนใจครับ    มาดูขนาดกันก่อนดีกว่าบ้านเราคันขนาด3.6เมตร-4.5เมตรน่าจะเหมาะสมครับ หากยาวกว่านี่โอกาสหักมีมาก   ส่วนคันสั้นๆที่ชอบซื้อหากันนั้นจะไม่สามารถส่งเหยื่อได้ไกลพอและจะตั่งทุ่นลำบากมาก วันนี้ยังไม่มีภาพนะครับติดไว้ก่อน
                 มาเตรียมคันกันดีกว่า คันชิงหลิวที่ปลายบนจะมีไหมญี่ปุ่นติดมาทุกคันนะครับ ปรกติเราจะเอาเอ็นทำห่วงไว้คล้องกับไหมตัวนี้  เพราะเวลาเก็บคันจะได้แกะออกได้  ทีนี้มาดูที่ด้ามจับกัน ที่นี่ควรจะมีห่วงเอาไว้ใส่สายเซพตี้(มันคือเชือกร่มหรืออะไรที่ท่านคิดว่าเอามาแทนได้) ควรจะยาวเริ่มที่ 2เมตรถึง15เมตร ผมเคยสังเกตุคนญี่ปุ่นไม่ใช้กัน เพราะเขาจะตกปลาไม่เกิน1กิโลกันด้วยสายหน้า2-4lb

 เขาจะยอมให้สายขาดไปไม่ยอมให้คันหัก ขัดต่ออุปนิสัยของคนไทยอย่างยิ่ง คือบ้านเรานิยมปลาใหญ่ สายเอ็นที่ใช้น่าจะ6-8lb ก็น่าจะพอ อีกอย่างการใช้สายเซพตี้จะกินพื้นที่กว้างมาก รบกวนคนข้างๆโดยไม่สมควร 
            สายเอ็นที่ใช้จะมีความยาวเท่ากับคันเบ็ด เช่นคัน 3เมตรสายก็ 3เมตรด้วยแล้วจึงผูกลูกหมุน บ้านเราก็จะใช้ลูกหมุน3ทางผูกกันเป็นส่วนมาก แต่ที่ดีให้ใช้สายเอ็น10-12lb ผูกเป็นห่วงสองห่วงกับลูกหมุนแทนสามทาง ข้อดีคือลูกหมุนสามทางจะพันกันและบาดสายขาดได้ง่าย แต่เอ็นจะให้ตัวดีกว่าและความแข็งของเอ็นจะถ่างสายหลีดทั้งสองเส้นได้อยู่แล้ว ห่วงทั้งสองก็มัดสายหลีดให้เส้นหนึ่งยาวก่ว่าอีกส้นหนึ่ง5ซ.ม คือถ้าเส้นแรกยาว20ซ.ม.อีกเส้นก็25ซ.ม.
  ไว้มาต่อเรื่องทุ่นกันใหม่ครั้งหน้านะครับ จะมีวิธีเลือกทุ่น ตั้งทุ่น วันนี้แค่นี้ก่อนเดี๋ยวจะเบื่อกันซะก่อน

มาต่อเรื่องทุ่นกันดีกว่าครับ ผมจะมาว่าถึงเรื่องขนาดของทุ่นนะครับ ไอ้ที่ว่าทำจากอะไรดีนี่ก็นานาจิตตัง ผมขอให้หางทุ่นเรียวและแข็งหน่อย
เพราะมันจะทนทานและไม่ต้านลมมาก ซึ่งมีผลกับการตกปลามากคือ เราจะอ่านการสื่อสารจากทุ่นได้ยาก เหยื่อจะลอยไปตามกระแสลมที่พัดหางทุ่นและสายเอ็น
              ทุ่นจะแบ่งออกเป็น3ระดับ 1.ทุ่นน้ำ้ตื้น ตัวทุ่นไม่รวมหางและก้านทุ่น จะยาว3-5 นิ้ว ใช้กับน้ำลึก 50-80 ซ.ม.
                                             2.ทุ่นน้ำ้ปานกลาง ตัวทุ่นไม่รวมหางและก้านทุ่น จะยาว5-7 นิ้ว ใช้กับน้ำลึก 80-150 ซ.ม.
                                             3.ทุ่นน้ำ้ลึก ตัวทุ่นไม่รวมหางและก้านทุ่น จะยาว7-10 นิ้ว ใช้กับน้ำลึก 150 ซ.ม.ขึ้นไป
การใช้ทุ่นที่ผิดขนาดของมันเช่นเอาทุ่นน้ำตื้นมาใช้ที่ๆมีน้ำลึกมากๆ เราจะตั้งทุ่นยากมาก ทุ่นจะทรงตัวไม่ดีออกอาการง่ายมากเกินไป สังเกตุหางทุ่นยากเพราะมันสั้นมาก
              ทุ่นชิงหลิวสามารถตกปลาได้ทั้งเหยื่อลอยและหน้าดิน เรามาุดูแบบเหยื่อลอยกันก่อน อย่างแรกคุณต้องมีทุ่นที่รับน้ำหนักเหยื่อได้ก่อน ลองใส่เหยื่อดูแล้วเอาลงน้ำถ้าทุ่นจมหายไปเลยแสดงว่าใช้ไม่ได้ การตั่งทุ่นชิงหลิวที่ดีนั้นไม่ว่าจะใช้เหยื่อแบบลอยหรือแบบหน้าดิน หางทุ่นเมื่อตั่งทุ่นที่มีเหยื่อหางทุ่นจะโผล่ขึ้มาครึ่งหนึ่งเสมอ เวลาที่เหยื่อหมดจะลอยถึงคอทุ่น(รอยต่อระหว่างหางทุ่นกับตัวทุ่น)  เพื่อให้รู้ว่าเหยื่อหมดแล้ว  เราเริ่มต้นที่บ้านนะครับเอาทุ่นมาประกอบเโดยไม่มีเหยื่อ แล้วลองในถังหรือโอ่งดูว่าเราจะใช้ตะกั่วแค่ไหน ที่ทำให้ทุ่นลอยขึ้นมาแค่คอทุ่น เมื่อได้แล้ว เอาไปใช้ที่บ่อปลาได้เลย  เวลาจะตกเราก็ต้องมาเช็คระดับความลึกกันก่อนใช่ไหมครับ
               โดยทั่วไปการตกแบบหน้าดินนิยมเป็น2แบบ คือส่วนที่แตะพื้นบ่อเป็นตัวเบ็ดที่หุ้มเหยื่อและใช้ลูกหมุนแตะที่พื้นบ่อแทน วิธีการก็คือเมื่อประกอบคันเรียบร้อยแล้วจะตกแบบไหนก็ให้เอาตะกั่วแผ่นมามาหนีบ  ถ้าไม่มีก็เอาดินขอบบ่อหุ้มแทน  ถ้าเป็นการตกแบบให้ลูกหมุนแตะก็นำตะกั่วมาหนีบเหนือลูกหมุน แล้วตั้งทุ่นดูให้ได้ระดับกลางหางทุ่นพอดี วิธีนี้เหยื่อหมดจะไม่รู้ตัวเพราะทุ่นจะไม่เคลื่อนไหว (ต่อด้านล่าง)
 มาแล้วครับต่อกันครับ ความเดิฺมจากตอนที่แล้วเป็นการตั่งทุ่นแบบหน้าดินแบบที่เรียกว่าไม้ตาย  การตั่งทุ่นแบบไม้ตายจะสามารถตั่งทุนได้ง่ายเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น  เหตุผลคือเราจะสังเกตุอาการของทุ่นได้ง่ายกว่าแบบอื่น
                    อีกรูปแบบนึงคือแบบใช้ตั่งทุ่นที่ตัวเบ็ดเลยอันนี้เรียกว่าแบบสมดุล  เป็นอีกหนึ่งรูปแบบของการตกปลาหน้าดิน ความแต่งต่างระหว่างแบบไม้ตายและแบบสมดุลคือ  ตำแหน่งที่เราหนีบตะกั่วเพื่อตั่งทุ่น  แบบสมดุลเมื่อเหยื่อหมดทุ่นจะลอยขึ้นมาตรงจุดที่เราตั่งทุ่นไว้ โดยทุ่นแต่ละดอกจะถ่วงตะกั่วไม่เท่ากัน  ผู้ตกต้องทดลองเอง  ให้ใช้ตะกั่วน้อยที่สุดหรือไม่ใช้เลยเพื่อจะได้รับรู้อาการของสิ่งที่มารบกวนทุ่นใต้น้ำ โดยทุ่นจะส่งสัญญาณได้อย่างรวดเร็ว
                  วิธีนี้ได้ผลมากเมื่อใช้กับปลาที่กินเหยื่อยาก.กินเหยื่อเบามาก.และปลาความรู้สูง   ตัวทุ่นจะรับแรงจากการโบกครีบของปลาที่เข้ามาใกล้ การดูดเล็มเหยื่อ อย่างเบาๆได้เพราะทุ่นจะยึดโยงกับตัวเหยื่อที่แตะอยู่ที่หน้าดินเลยโดยลูกหมุนยังคงลอยอยู่  แต่วิธีนี้นะครับจะโดนกระแสลมรบกวนได้ง่ายมาก ไม่เหมาะเลยกับที่ๆมาลมพัดมาระรอกคลื่นมาก มันจะทำให้ทุ่นขยับตลอดเวลาและทุ่นจะลอยออกจากตำแหน่งเดิมไปตามกระแสลม
                  มาดูการตั่งทุ่นลอยกันดีกว่า   อันนี้ตัวทุ่นจะมีขนาดใหญ่กว่าทุ่นทั่วไปเพราะทุ่นต้องรับน้ำหนักเหยื่อได้ด้วย เมื่อเราใส่เหยื่อแล้วทุ่นไม่จมเราสามารถเพิ่มตะกั่วเข้าไปอีกได้ ทุ่นลอยจะคล้ายทุ่นแบบสมดุลมากต่างกันที่ตำแหน่งของเหยื่อเท่านั้น เมื่อเหยื่อหมดหรือหลุดออก ทุ่นจะขยับตัวสูงขึ้นมาให้เรารู้ได้ทันที (ก่อนการตั่งทุ่น ต้องเริ่มด้วยการเช็คความลึกก่อนทุกครั้งแล้วจึงทำการวางเหยื่อจมและลอยตามต้องการ)
                  เหยื่อที่ใช้ในการตกจะแบ่งเป็นสองส่วนนะครับ ส่วนที่1.เป็นเหยื่ออ่อย ใช้เรียกฝูงปลา โดยทั่วไปนิยมใช้รำผสมน้ำทีี่บ่อให้เหลวๆ ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้รำร่อนละเอียดแพงปล่าวๆ แล้วสาดออกไปเพื่อเรียกปลาแต่ผมจะเทลงไปใกล้ๆขอบบ่อตรงหน้าที่ผมจะตกแล้วให้มันฟุ่งกระจายไปเองเพื่อเรีกปลาให้เข้ามาใกล้ๆ โดยมากปลาเล็กจะเข้ามากินเหยื่อก่อนเป็นการกระตุ้นปลาใหญ่ให้ตามมาแย่งกินเหยื่อที่หลัง สาเหตุที่เราต้องอ่อยเหยื่อใกล้ๆเพราะระยะทำการของคันชิงหลิวมีน้อย เมื่อแรกอ่อยเหยื่อให้ทำก่อนจะประกอบคันเบ็ดหรือจะทำอะไรก็แล้วแต่สะดวก ในกรณีตกปลานิลสังเกตุดูว่าเมื่อปลาเข้ามากินเหยื่อจะมีฟองอากาศประมาณสองถึงสามเม็ดผุดขึ้นมาเป็นระยะ ฟองอากาศนี้จะเป็นฟองอากาศที่เกิดขึ้นจะการเข้ามาดูดเหยื่อของปลานิลโดยฟองอากาศจะออกมาจากช่องเหงือกของปลา ไม่ใช่ฟองแก๊สที่ผิวดินที่จะผุดขึ้นมาพร้อมๆกันจำนวนมาก
                  มาถึงเหยื่อจริงกันบ้าง อันนี้ส่วนผสมหลัก จะมีรำร่อนระเอียดกับขนมปังปั่นผสมกัน1-1 ให้คลุกรำแห้งกับขนมปังก่อนแล้วจึงพรมน้ำนวดให้เป็นก้อนเอาแบบนวดแล้วไม่ติดมือและค่อนข้างนิ่ม ส่วนใครจะมีสูตรเด็ดอะไรก็ใส่กันเข้าไปตามสะดวก
วิธีปั้นเหยื่อ เราจะหุ้มเหยื่อแค่พอดีตัวเบ็ดเท่านั้น แต่ถ้าใครจะหุ้มใหญ่ๆอ่อยไปก่อนก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างไร ในระหว่างรอปลามากินเหยื่อแนะนำให้นั่งปั้นเหยื่อลูกโตประมาณลูกปัด ค่อยๆโยนลงไปที่เราวางทุ่นไว้ที่ละเม็ดสองเม็ดเพื่อเรียกปลา(แก้เซ็งไ้ด้ต่างหาก )
                 ไว้มาต่อเรื่องการอ่านทุ่นกัน รับรองสนุกมากๆนะครับ

http://www.fishing4you.com/webboard/index.php?topic=393.0.

 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14/08/2010 โดย ฅนสันโดษ »
บันทึกการเข้า
สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "



"อย่าคิดมาก   พรุ่งนี้ก็เช้าแล้ว"

ฅนสันโดษ

  • Auction&Seller Member
  • *
  • คะแนนโหวต 16
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 779
  • ชื่อ-สกุล: dong. ฅนสันโดษ
  • ที่อยู่: อ.คีรีมาศ จ. สุโขทัย
  • เบอร์โทร: 08-9703-6165
  • อย่าคิดมาก พรุ่งนี้ก็เช้าแล้ว...ครับ

 วันนี้ว่าด้วย ชิงหลิวภาค2 ตอนอ่านทุ่น

หลังจะที่เราพอจะรู้จักอุปกรณ์ วิธีการตก การอ่อยเหยื่อกันไปคร่าวๆแล้ว   เรามาดูการอ่านทุ่นกันต่อดีกว่า  ทุ่นชิงหลิวเป็นทุ่นสำหรับส่งสัญญาณไม่ใช่ทุ่นในความหมายของคำว่าทุ่นทั่วไป
                 การตกปลาด้วยคันชิงหลิวจุดเด่นที่สำคัญและ้แตกต่างจากการตกปลาแบบอื่นๆก็คือการอ่านทุ่นนี่แหละครับ  เป็นหัวใจสำคัญของการตกปลาด้วยคันชิงหลิวเลย  คนตกปลาด้วยวิธีนี้เก่งหรือไม่เขาดูที่การตัดสินใจตวัดคันเบ็ด โดยต้องให้ตัวเบ็ดติดที่ตรงกลางปากบนของปลาเสมอแบบนั้นถือว่าสุดยอด  การที่จะรอให้ปลากลืนเบ็ดลงคอหรือลากทุ่นจมไปจนสายตึงนั้น ถือว่าไม่สง่างามอย่างยิ่งสมควรปรับปรุง
                อาการของทุ่นที่เราเห็นจะบ่งบอกอะไรเราได้บ้างละ
                1.อันแรกที่จะเล่าให้ฟัง  คืออาการที่ทุ่นโครงเครงไปมาเป๋ซ้ายเป๋ขวาไม่อยู่กับที่กับทาง  จะเป็นอาการของปลาที่ว่ายเข้ามาวนเวียนใกล้ทุ่น  การโบกครีบของปลาจะสร้างแรงกระเพื่อมของน้ำรอบๆทุ่น  จะมากจะน้อยนี่ก็ขึ้นอยู่กับขนาดของปลาและระยะที่ปลาเข้ามาว่าใกล้ไกลแค่ไหน  และการเลือกทุ่นที่นำมาใช้ว่ามีแรงต้านน้ำมากมายแค่ไหน 
                2.อาการที่ทุ่นจมลงอย่างรวดเร็ว  เรียกว่ากินดึง  ตอกทุ่น  แต่อาจจะเป็นไปได้หลายทิศทาง  คือถ้าบ่อที่ไปตกมีปลานิลมาก  นิสัยของปลานิลคือถ้าเหยื่อก้อนใหญ่ไปมันจะใช้ลำตัวของมันบดเหยื่อให้แตกออก  เป็นที่มาของการที่ตัวเบ็ดติดนอกปาก  ติดข้างลำตัวหรือได้เกล็ดปลาขึ้นมาดูต่างหน้า    อีกอย่างเป็นการคาบเหยื่อหนีเพื่อนหนีฝูงจะพบได้บ่อยกับ ปลาตะเพียน สี่สก ปลาสร้อย พวกนี้จะคาบเหยื่อแล้ววิ่งหนีไม่คิดชีวิต  ถ้าเราตวัดคันเบ็ดไปเราจะพบว่าเราได้น้ำในบ่อติดเบ็ดขึ้นมาได้บ่อยๆ  แต่ส่วนมากจะคาบไปได้ไม่ไกลก็จะหลุดจากปากหรือเหยื่อหลุดออกจากตัวเบ็ดทุ่นก็จะลอยขึ้นมาให้เราเห็น  อันนี้เป็นกรณีที่ปลากลืนเบ็ดแล้วว่ายออกไปอย่างรวดเร็วทุ่นก็จะจมลงเช่นกัน
               3.อาการที่ทุ่นขยับออกจาที่ไปช้าๆในทิศทางเดียวกัน  เป็นอาการที่ปลาเข้ามาดูดเหยื่อแล้วไม่สามารถ  อมเหยื่อได้ก็จะดูดดันเหยื่อไปเรื่อยๆจนสามารถ  อมเหยื่อเข้าปากได้จึงจะเริ่มขบวนการต่อไป อาการนี้เรียกว่าทุ่นเดิน
               4.ทุ่นขยับขึ้นลง การขยับแบบนี้จะแยกย่อยออกไปมากมาย  ถ้าขยับขึ้งลงแรงเป็นการดูดเหยื่อแล้วพ่นออกเป็นจังหวะๆแบบนี้เหยื่อจะยังอยู่นอกปลา  ถ้วเซ็ตฮุกไปโดยมากจะติดที่คาง  ฟลาว์ครับไม่นับตัวถ้าตกอยู่กับเพื่อนอายมันอีกต่างหาก  บางครั้งทุ่นจะขยับลงประมาณครึ่งหนึ่งของข้อสี  และค้างอยู่ซักครู่แล้วขยับกลับมาที่เดิมเป็นแบบนี้สลับกับไป แบบนี้เซ็ตฮุกไปก็ไม่ติดครับ แล้วเมื่อไรที่เราจะเซ็ตฮุกได้ละ  ผมขอให้สังเกตุจังหวะที่ทุ่นขยับขึ้นลงเป็นจังหวะถี่ โดยที่ทุ่นจะขยับขึ้นลงนิดๆแต่ถี่ บางที่ถ้าไม่สังเกตุจะไม่เห็นเลย ช่วงเวลานี้จะสั้นๆไม่ยาวนัก ถ้าทุ่นหยุดเมื่อไรแสดงว่าเหยื่อหมดหรือเหยื่อหลุดไปแล้ว ไม่ต้องตกใจไป ให้ลงเหยื่อใหม่ในที่เดิม(พยายามลงเหยื่อที่เดิมเสมอ) อันต่อไปในบางครับเมื่อมีการขยับของทุ่นเบาๆบ่อยๆเซ็ตฮุกแล้วไม่ได้ตัวซักที โปรดอย่าสงสัยว่าอาจจะมี"ีปู"ูติดเบ็ดขึ้นมา
              5.ทุ่นพุ่งขึ้นมานอนขนานกับผิวน้ำหรือก้านทุ่นขยับสูงขึ้น  เรียกว่ากินยก  หรือถอน  ปลาที่กินเหยื่อแบบนี้จะเป็นปลาตะเพียน  ปลาซ่งฮื้อเป็นส่วนมาก โดยปลาจะคาบเหยื่อแล้วลอยตัวขึ้นมากลางน้ำถ้าพบให้เซ็ตฮุกทันทีรับรองติดแทบทุกครั้ง
              6. บางครั้งปลาที่กินเหยื่อเบามากๆ   ทุ่นจะออกอาการน้อย  เราต้องทดลองตวัดคันเบ็ดเมื่อทุ่นขยับออกจากตำแหน่งข้อสีที่ตั่งไว้  ไม่ว่าทุ่นจะไปในทิศทางใด(ขึ้นหรือลง)
             ที่เล่าให้ฟังนี้เป็นประสพการส่วนตัวอาจจะไม่เป็นวิชาการมากนัก   เพราะผมมาเล่าเรื่องตกปลาของผมเป็นแนวทางให้ผู้สนใจใคร่ทดลองดูเพื่อความสนุกในการตกปลา   ไม่ใช่มาบรรยายวิชาการตกปลาเพื่อทำวิทยานิพนธ์ ป.เอก  แต่ที่สำคัญที่สุดคือท่านต้องออกไปทดลองตกดู  การสังเกตูทุ่นจะสั่งสมประสพการณ์ให้ท่านสามรถอ่านทุ่นได้แม่นยำมากขึ้น  แยกแยะชนิดของปลาได้   สามารถเลือกปลาที่จะตกได้แม้ปลาอยู่ใต้น้ำ    ทุ่นชิงหลิวถ้าใช้เก่งๆแล้วเหมือนเราลงไปดูใต้น้ำด้วยตาเราเองเลยทีเดียว
             การสู้ปลาด้วยคันชิงหลิว  ด้วยที่คันชิงหลิวไม่มีรอกมาช่วยเราคงต้องอาศัย  ความยาว  ความโค้งของคัน  สายเซฟตี้  และขาของเราเดินตามปลา(แต่ผมชอบนั่งกับพื้น)    เมื่อติดปลาให้ชูแขนขึ้นเหนื่อศรีษะ  ตั่งคันขึ้นประมาณ45-60 ํ  มุมที่ดีที่สุดในการบังคับปลาครับโคนคันฉากกับปลายคัน 
             ปลาเล็กเราจะสามารถบังคับปลาได้ง่าย  แต่ปลาใหญ่ในช่วงแรกปลาจะเป็นฝ่ายบังคับเรา   การถือคันต้องให้อยู่ในตำแหน่งที่ตรงกันข้ามกับทิศทางที่ปลาว่ายไปเสมอ  บังคับปลาให้ว่ายเป็นวงกลมอยู่ตรงหน้าเรา   ไม่ต้องรีบร้อนดึงปลาเข้ามาใกล้ตลิ่งให้ปลาว่ายจนหมดแรงจะลากมาเข้าสวิงได้ง่ายกว่า 
             อย่าชี้ปลายคันขึ้นเกินศรีษะคันอาจหักได้หรือชี้คันลงน้ำเป็นเส้นตรงจะทำให้สายขาดทันทีและคันเบ็ดอาจล๊อคไม่สามารถหดกลับเข้ามาเก็บได้ตามปรกติ  นอกจากท่านติดปลาใหญ่เกินกำลังที่คันจะรับไหวและไม่มีสายเซฟตี้   พยายามดึงปลาให้ขึ้นมาที่ผิวน้ำแล้วใช้สวิงตักทุกครั้ง    บทความนี้สามารถนำไปใช้กับ   คันเสือติดปีก(คันชิงหลิวที่มีไกด์+รอก)   หรือการตกด้วยคันสปิ๋วทั่วไป    ถ้ามีอะไรที่นึกออกอีกผมจะมาเพิ่มเติมให้ภายหลังครับ
             ขอบคุณทุกท่านที่อดทนอ่านมาจนจบครับ

สวัสดีครับน้า พอผมได้อ่านปุ๊ปถึงกระทู้ชิงหลิวของน้าเว็ปปุ๊ป ผมรีบสมัครสมาชิกทันทีเลย 555+

ผมเห็นด้วยกับน้าเว็ปหลายๆอย่าง ที่ได้เขียนบทความให้น้าๆหลายๆท่านในเว็ปอ่าน จนเข้าถึงชิงหลิวมากขึ้น ถูกใจผมเลยหล่ะ

ขอเพิ่มเติมจากน้าเจ้าของกระทู้แล้วหน่อยน่ะครับว่า ชิงหลิวคือศาสตร์และศิลปอีกแขนงหนึ่ง ผมอยากให้น้าๆหลายๆท่านลองมาตกดู แต่ควรเรียนรู้หลายๆอย่างเพราะถ้าเราเรียนรู้วิธีมาผิดแปลกออกไป ก็อาจทำให้ได้ปลาน้อยตัวหรือ อาจจะไม่ได้ปลาเลย จนทำให้หมดสนุก แล้วไม่อยากตกด้วยวิธีนี้อีก

หลักๆก็มีดังนี้ เริ่มแรกวิธีผูกสายเมน ควรให้ยาวเท่ากับขนาดความยาวของคัน แล้วจึงผูกสายหน้าต่อออกไปมากสุดไม่เกิน 1 ฟุต เพราะการที่ผูกสายหน้ายาวกว่านี้ จะทำให้การควบคุมปลาเป็นไปได้โดยยาก และมีโอกาสทำให้คันหักได้ แต่ก็น้อยกว่าการที่เราประกอบสายทั้งหมดแล้วยังสั้นกว่าคัน

การที่ผูกสายสั้นกว่าคัน จะทำให้คันชิงหลิว ออกอาการจนทำให้คันชิงหลิว Over Action จะทำให้คันหักได้ง่ายกว่าการผูกสายหน้ายาว แต่การควบคุมปลาก็ง่ายขึ้น

โดยปรกติแล้วทางญี่ปุ่นหรือใต้หวัน เวลาเค้าได้ปลาแล้ว เค้าจะไม่รีบๆงัดแล้วเอาสวิงช้อนขึ้นมาเหมือนบ้านเรา เพราะทางญี่ปุ่นนั้น แม้ว่าจะได้ตัวปลาแล้วนั้น วิธีที่เค้าเล่นกับปลาคือเค้าจะใช้คันชิงหลิว พยายามบังคับปลาให้ว่ายเป็นวงกลม นั้นก็คือศิลปอีกอย่างนึง

ส่วนวิธีประกอบชุดปลายสาย เมื่อเราผูกสายเมนแล้ว เราจึงต้องใส่สต็อปเปอร์เข้าไปโดยจะแยกๆให้เป็นดังนี้ 
ขั้นตอนแรก ร้อยสต็อปเปอร์เข้าไปก่อน 2 เม็ด
ขั้นตอนที่2  ร้อยยางเสียบทุ่น ซึ่งเป็นยางดำแล้วมีลูกหมุนเหมือรูปด้านบน หรือยางใสก็ได้แล้วแต่ตามสะดวกที่จะหาได้
ขั้นตอนที่3  ร้อยสต็อปเปอร์ เข้าไปอีก2เม็ด
ขั้นตอนที่4  ร้อยแกนพันตะกั่วเข้าไป
ขั้นตอนที่5  ผูกกับลูกหมุนที่เรามี
ขั้นตอนสุดท้ายคือสายหน้า ผูกเข้ากับลูกหมุนส่วนอีกด้านนำมาผูกใส่ตัวเบ็ด

เอาน่ะครับเมื่อทำตามแบบนี้แล้วผมจะอธิบายให้ฟังว่า ทำใมถึงร้อยสตอปเปอร์เข้าไปเยอแยะขนาดนั้น แบบในขั้นตอนแรก สต็อปเปอร์ที่เราร้อยเข้าไปเม็ดแรกนั้นคือ ทำหน้าทีบอกระดับความลึกของน้ำ ที่เราตก ส่วนสต็อปเปอร์เม็ดที่สองคือ กำหนดให้ทุ่นอยุ่ในระดับความลึกเท่าไหร่ 

ส่วนสองสต็อปเปอร์ ที่ร้อยตามไป 2 เม็ดหลังนั้นคือ เม็ดแรก กันไม่ให้ตัวเสียบทุ่น ไหลลงมาติดกับลูกหมุน ซึ่งระยะห่าง จากเม็ดที่2กับที่3 ควนห่างกันซัก 15-30เซนติเมตร เพื่อทำให้ยางเสียบทุ่นมีที่ได้วิ่ง

เพราะถ้าหากเราทำให้ระยะวิ่งน้อย ในกรณีถ้าเราตกแบบความลึกกลางน้ำ หรือผิวน้ำ เวลาเราวัดปลาแรงไปอาจจะทำให้ทุ่นสุดที่รักของเราหางหักได้ เพราะแรงกระชาก

ส่วนสต็อปเปอร์เม็ดที่4 มีหน้าที่ล็อคให้แกนพันตะกั่วไม่ไหลไปมา ทำให้แกนพันตะกั่ว อยู่ติดกับลูกหมุนตลอดเวลา

ส่วนทุ่นนั้น มันจะมีแบบ ตกหน้าดิน หรือตกลอยแยกออกมาอีก คือทุ่นตกหน้าดินจะมีลักษณะ หางทุ่น และก้านทุ่นยาว ซึ่งทำให้ไม่เปลืองระยะสายเอ็นของเราที่ทอยเหยื่อออกไป สังเกตุง่ายๆจากข้อสีที่หางทุ่น จะมีอยู่ประมาณ 9-11-13 ข้อสี ส่วนทุ่นลอย ก้านทุ่นและหางทุ่นจะสั้นกว่า และจะเหลือข้อสีอยู่ที่5-7ข้อเท่านั้น  อ่ะครับ อ่าาาาาสงสัยกันใช่มั้ยหล่ะ ผมอยากให้ลองไปสังเกตุๆกันดีๆ ทุ่นที่เราตกๆนั้น ส่วนมาก จะมีข้อสีเป็นเลข คี่ อย่างที่กล่าวมา น้อยมากที่จะเจอข้อสีที่เป็นเลขคุ่ 

ส่วนตัวทุนจะทำมาจากวัสดุหลายประเภท เช่น ต้นอ้อ ไม้บาซ่า ขนเม่น แต่ที่ญี่ปุ่นนิยมกันจริงๆคือ หางนกยูง ซึ่งในญี่ปุ่น ทุ่นที่ทำจากหางนกยูงนั้น มีราคาสูงมาก อย่างถูกๆก็หลัก3-4ร้อย จนถึงดอกละ2-3พันบาท เพราะสวยงาม และการใช้งานที่ดี  เพราะการตกชิงหลิว ทุ่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะหากทุ่นๆไม่ดี ฟ้องอาการไม่ชัดเจณ หรือเราตังทุ่นพลาด  ก็จะทำให้ทุ่นนั้น ฟ้องอาการช้าไป หรือไวไปจนเราวัดปลาไม่ทัน

ส่วนมันริกิ ก็คือที่วางคันชิงหลิวซึ่งทำจากไม้มีลวดลายสวยงาม สามารถ ปรับขึ้นลง ซ้ายขวาได้ ตามต้องการ ราคาอยุ่ราวๆ 2000-หลักหมื่นบาทขึ้นอยู่กับความปราณีตของชิ้นงาน

สวิงของญี่ปุ่นนั้น ส่วนมากก็จะทำจากไม้เช่นกัน ราคาก็อยู่ราวๆประมาณ2000-หลักหมื่อนบาทอีกอะแหละ

ที่วางสวิง ที่วางกระชัง  คันหลิวไม้ไผ่แบบทูแพค ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดทำมาจากไม้แทบทั้งสิ้น

ลองดูน่ะครับ บางที น้าๆ อาจจะหลงรักชิงหลิวเหมือนกับผมก็ได้ครับ บ๊ายบาย

ป.ล. อาจจะมีพิมย์ผิดพลาดบ้างน่ะครับ พอดีนั่งเขียนแบบมาตั่งแต่เมื่อวานยังไม่ได้นอน พอดีเปิดมาเจอกระทู้นี้ชอบมากๆ เดี๋ยวว่างๆจะแวะมาอีกครับ รักบ้านหลังนี้ครับ

มาดูกันหน่อยว่าอุปกรณ์จำเป็น มีราคาเท่าไร(ไม่รวมคันนะครับ) จะได้เตรียมตังไปถูก อันที่เอามานี่ราคาอาจถุกแพงกว่ากันบ้างตามสถานที่ซื้อนะครับ

- ที่วางคันชิงหลิว 170-450 บาท
- สายเอ็น 10 ปอนด์ 1 ม้วนเล็ก 70 บาท
- สายเอ็น 8 ปอนด์ 1 ม้วนเล้ก 70 บาท
- เบ็ดตูดแบน ยี่ห้อกามากัตสุ ตูดแบน เบอร์ 5 ซองนึงประมาณ 50 บาท
- ไลน์สตอปเปอร์ ใหญ่ใว้ล็อคตะกั่วถ่วงและเป็นตัว mark ระดับความลึก หนึ่งซอง 10 บาท
- ไลน์เสียบทุ่นใช้เสียบทุ่นชิงหลิวและเป็นตัวล็อคระดับทุ่นไปในตัว ทูอินวัน หนึ่งซอง 10 บาท
- ทุ่นชิงหลิวแบบเสียบเบอร์ 1 สองดอก เบอร์ 5 สองดอก ดอกละไม่เกิน 35 บาท รวม 140 บาท
- ตะกั่วฟิวส์ หนึ่งม้วนไม่เกิน 20 บาท
- ลูกหมุน เบอร์ 4 สิบตัว ตัวละบาทรวม 10 บาท
- ร่มกันแดดแบบเสียบพื้นต่อโคนสองท่อน 350 บาท
- เก้าอี้ตกปลาพับได้ตัวเล็ก หนึ่งตัว 160 บาท
- สวิงตักปลา 150 บาท
- กระชังใส่ปลา 50 บาท
- ขันผสมเหยื่อ/ใส่น้ำ ใบละ 10 บาท สองใบ 20 บาท
- ผ้าเช็ดมือ จับปลา ปิดขันเหยื่อ หนึ่งผืน 
ส่วนพวกคีม กรรไกร คงมีกันทุกคนแล้ว นะ

   คันที่นิยมในบ้านเราจะมี 2แบบนะครับ  เป็นคันซูมแบบชักเข้าออกจะมี4-8ท่อน  จะมีแบบที่มีด้ามสองอันไว้เปลี่ยนความยาวได้ก็มีครับคงเคยเห็นทั่วไป  อีกแบบที่น่าจะรู้จักจะเป็นคันแบบ  ทูแพค  คันแบบนี้จะมาเป็นท่อนๆเวลาจะใช้ต้องเอามาต่อกัน(แบบคันเบท-สปินสองท่อนทั่วไป)   คันทูแพคที่เจอมาจะเรียวกว่าคันซูมครับ  ส่วนมากจะแข็งกว่าท่อนต่อแล้วแต่ความยาว   เวลาดูในกล่องจะเห็นเป็นหลายๆท่อนชัดเจน  ราคาแพงกว่าด้วยเวลาใช้ผมพันเทปที่ข้อ  สองอันบนด้วยครับ(กลัวหลุดถ้าต้องใส่สายเซฟแล้วต้องทิ้งคัน หลุดกันมานานหลายสิบปีแล้วครับแน่ใจได้เลย)
              ความยาวของคันละเท่าไรจึงจะดีไม่กำหนดแน่นอนครับ  ความยาวของคันนี่จะใช้เพื่อทำระยะการส่งเหยื่อเท่านั้น ใช้ได้ทุกขนาดไม่มีข้อจำกัด  มีแน่นอนคันยิ่งยาวก็จะหนักขึ้นตามความยาวด้วย  บ้างคนอาจคิดว่าถ้าเจอปลาใหญ่คันต้องยาวอันนี้ไม่จริงแน่ๆครับ  เรื่องจะได้ปลาหรือไม่อยู่ที่การบังคับปลาเป็นหลักสำคัญ  สายที่เราใช้และมีสายเซฟตี้หรือเปล่าผมไม่ค่อยสนับสนุนให้ใช้คันแข็งๆสายใหญ่ๆไว้ลากปลามา 
              ความสนุกของคนตกหลิว(หรือตกปลา)อยู่ที่อุปกรณ์เหมาะสม  วิธีตกที่ดีกับความชำนานในการบังคับปลา  ครูตกปลาผมสอนไว้ว่าอย่าเอาเปรียบปลาสู้ไม่ได้ต้องยอมครับ  ถ้าอยากได้ปลามากจนไม่เลือกวิธีการ  ก็ขายคันขายรอกไปซื้อแหซื้ออวนมาใช้จะดีกว่า    ผมเดินตามแนวนี้เสมอครับ(ที่จริงจนมากกว่าไม่มีตังค์ไปซื้อของเทพๆมาใช้  )กลับเข้าเรื่องดีกว่า 
              คันชิงหลิวแบ่งออกไปหลายความอ่อนแข็งนะครับ   เขาแยกตามชนิดปลาและน้ำหนักปลาที่จะตกกันเลยทีเดียว  เราจะรู้ได้ยังไงละว่าคันใช้กับสายเท่าไรถึงจะเหมาะ  ที่คันหรือกล่องที่ใส่คันมาจะมีบอกตัวเลขแนวๆนี้ครับเช่น 0.3 0.5 หรือ0.3-1   มันใบ้หวยให้เราหรือไง ไม่ใช่ครับตัวเลขนี้บอกถึงขนาดสายที่เราจะใช้ได้กับคันของเรา   วิธีคำนวนง่ายมากครับเอาตัวเลขที่คันมาคูณด้วย4 จะเป็นขนาดสายที่ใช้ เช่น.05*4=2lb ง่ายมากๆ  ถ้าที่คันบอกมาสองขนาดจะเป็นสายที่หมาะสมที่ใช้ได้ครับ  ตัวอย่าง 0.5-2 ก็คูณด้วย 4   ทั้งสองตัวจะได้ 2lb-8lb ครับ 
             สายเอ็นที่ใช้ถ้าสายเมน10lb สายหน้าควรเป็น6-8lb ดีที่สุดต้องเป็นสายยี่ห้อและรุ่นเดียวกันนะครับเพื่อเราจะมั่นใจได้ว่าแรงดึงของสายได้ตามที่เราต้องการ   อย่าใช้สายโหลดเพราะสายโหลดจะกระด้างกว่าสายเต็มที่แรงดึงเท่าๆกันสายโหลดจะขาดก่อนนะครับ  สายหน้าที่เล็กจะขาดก่อนที่สายเมนจะขาดเพื่อรักษาชุดทุ่นและเซฟคันไว้นั่นเอง 
             ถ้าสายหน้าใหญ่ไปคันจะหักก่อนสายขาดครับ   ถ้าสายหน้าเล็กเกินไปละสายก็จะขาดก่อนที่คันจะทำงานได้เต็มที่ทำให้เสียโอกาสที่จะได้ปลาเช่นกัน   ควรเลือกสายให้เหมาะสมกับคันเป็นวิธีที่ถูกต้องครับ             
             พอดีกว่าโม้ยาวอีกแล้วเรา 


http://www.fishing4you.com/webboard/index.php?topic=438.0.

 
บันทึกการเข้า
สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "



"อย่าคิดมาก   พรุ่งนี้ก็เช้าแล้ว"

ฅนสันโดษ

  • Auction&Seller Member
  • *
  • คะแนนโหวต 16
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 779
  • ชื่อ-สกุล: dong. ฅนสันโดษ
  • ที่อยู่: อ.คีรีมาศ จ. สุโขทัย
  • เบอร์โทร: 08-9703-6165
  • อย่าคิดมาก พรุ่งนี้ก็เช้าแล้ว...ครับ
วันนี้ว่าด้วย ชิงหลิวภาค3 การวัดระดับน้ำและข้อดีข้อเสียในการตั่งทุ่นแบบต่างๆ

วันนี้ได้นึกทบทวนปัญหาต่างๆและข้อถกเถียงในการตั่งทุ่นในบ้านเรา  ที่มีเทคนิควิธีการต่างๆมากมายที่ยกมาในกระทู้นี้จะมีแบบที่นิยมกันมาก  เพื่อความเข้าใจของเพื่อนๆที่อาจไปพบเจอตามที่ต่างๆจะได้เข้าใจและนำไปใช้แก้ปัญหาที่เจอได้ตามสมควร   และจะได้รู้ถึงเหตุผลที่ต้องทำอะไรแบบนั้นการตกปลาไม่มีรูปแบบตายตัวครับแต่สิ่งที่ทำควรอธิบายเหตุผลได้ครับ
           วิธีวัดระดับน้ำก่อนตกจริงต้องทำเป็นอันดับแรกหลังจากประกอบชุดตกปลาเรียบร้อยแล้วไม่ว่าเราจะตกแบบชิงหลิวหรือสปิ๋วก็ตาม
           เราเริ่มต้นด้วยการตั่งทุ่นเปล่าให้ตัวทุ่นตั่งตรง ให้ตัวเบ็ดและลูกหมุนลอยอยู่ 
            1.1วิธีถ่วงตะกั่วจะทุ่นลอยขึ้นมาถึงคอทุ่น  เมื่อต้องการตกแบบเหยื่อแตะหน้าดินเพื่อเวลาเราตกจริงเมื่อเหยื่อหมดทุ่นจะลอยขึ้นมาในตำแหน่งนี้เพื่อบอกเราว่าเหยื่อหมด
            1.2วิธีถ่วงตะกั่วให้ข้อสีของทุ่นจมลง2ข้อ  จะเหมาะกับการตกแบบเหยื่อลอยจากผิวดิน   ที่บังคับข้อสีให้จมลง2ข้อก็เพื่อต้องการให้สามารถสังเกตุอาการทุ่นเวลาที่ปลาเข้ามากินเหยื่อแล้วหนุนทุ่นให้ลอยขึ้นจากตำแหน่งเดิมได้ง่าย   ความจริงเราจะตั่งให้ข้อสีจมลงไปมากน้อยได้ตามความต้องการครับ  การตกปลาไม่มีอะไรตายตัวเปลี่ยนแปลงไม่ได้ปรับใช้ให้เหมาะกับเราจะดีที่สุดครับ
            2.เมื่อตั่งทุ่นปล่าวได้แล้ว(แบบ1.1)   ใช้ดินขอบบ่อหุ้มที่ตัวเบ็ดโยนไปในตำแหน่งที่ต้องการ  เลื่อนลายสตอปเปอร์จนข้อสีโผล่พ้นน้ำ  จะมากหรือน้อยแล้วแต่กระแสลมว่ามีความแรงมากน้อยเพียงใด   กล่าวคืือถ้ามีลมแรงเราสามารถหลบก้านทุ่นลงให้ข้อสีโผล่มาน้อยข้อก็ทำได้ครับ   เมื่อได้ตามความต้องการแล้วก็หุ้มเหยื่อจริงตกปลาได้เลย  ถ้าเป็นแบบ1.2  ใช้เหยื่อหุ้มตกได้ทันทีถ้าทุ่นจมหมดดอกให้เปลี่ยนทุ่นให้มีขนาดใหญ่ขึ้น
            2.1วิธีถ่วงตะกั่วให้ทุ่นจมลงทั้งดอกแบบช้าๆ   ใช้กับวิธีตกแบบลูกหมุนแตะพื้น  มือสปิ๋วจะตกแบบนี้กันเป็นส่วนใหญ่
           การวัดระดับน้ำง่ายๆด้วยการรูดลายสตอปเปอร์จนข้อสีโผล่พ้นน้ำเช่นกัน
ภาพประกอบกระทู้ยืมมาจาก น้าหรั่งนครสวรรค์  ขอขอบคุณไว้ตรงนี้ด้วยนะครับ
            สามวิธีเบื้องต้นในการตั่งทุ่นให้เหมาะกับการตกปลาและพื้นผิวของก้นบ่อ   วิธีการหาอาหารของปลาจะเป็นการเข้ามาดูดเหยื่อแล้วกรองเก็บไว้โดยผ่านเหงือก  เหยื่อที่อยู่ในน้ำปลาก็จำเป็นต้องดูดน้ำเข้าไปด้วยเสมอ   การเคลื่อนตัวของน้ำนี่เองเป็นหนทางที่เราคิดวิธีที่จะวางชุดตกปลาด้วยทุ่นชิงหลิว    เพื่อให้เราสามารถรับรู้การเคลื่อนไหวของน้ำรอบๆเหยื่อให้ได้รวดเร็วมากที่สุด     การเลือกใช้อุปกรณ์และการเลือกรูปแบบวิธีตกที่เหมาะสมจึงเป็นหนทางที่จะนำเราไปสู่ความสำเร็จได้     
         จากรูปที่1.  กินดิบเป็นชื่อที่ผู้คิดวิธีนี้ตั่งขึ้น  ดัดแปลงมาจากการตั่งทุ่นแบบไม้ตาย  โดยเราจะทำการวัดระดับน้ำโดยใช้ลุกหมุนเป็นจุดที่วัดจนได้ระยะลึกที่สุดโดยการเลื่อนลายสตอปเปอร์ขึ้นมาจนหางทุ่นพ้นน้ำ   จึงค่อยตัดตะกั่วออกจนปลายทุ่นลอยขึ้นมาอีกซัก2-3ข้อสีก็ใช้ได้ครับ   ใช้ได้กับพื้นบ่อที่โล่งไม่มีสิ่งกีดขวาง
         วิธีนี้จะคล้ายกับการตกแบบลูกหมุนแตะพื้น  ปลาที่เข้ามากินเหยื่อจะลดความระแวงลงจากวิธีตกแบบลูกหมุนแตะพื้นเล็กน้อย  เพราะลูกหมุนที่ลอยอยู่จะเป็นอิสระจากการยึดโยงกับพื้นที่เป็นดินก้นบ่อ  ที่อาจจะทำให้ความเร็วในการขยับตัวของเหยื่อลดลงไปได้บ้างทุ่นก็จะออกอาการช้าลงตาม  วิธีนี้ทุ่นจะออกอาการได้เร็วขึ้นแค่ไหนอยู่ที่ความยาวของสายหลีดประกอบด้วยเหมือนกัน  จุดที่เหมือนกันในภาพจะเห็นว่าเมื่อเหยื่อหลุดออกเบ็ดทุ่นจะไม่แสดงอาการให้เห็น  ต้นแบบทางญี่ปุ่นก็ใช้กันแต่ใช้เบ็ดสองตัว
         จากรูปที่2.  นิยมเรียกว่าแบบไม้ตาย  น่าจะเป็นความจริงเพราะไม้(ทุ่น)จะตายนิ่งที่สุดใน3วิธีตกที่เรากล่าวถึง  ที่นิยมตกปลานิลหรือปลาที่ดูดเหยื่อรุนแรง  ด้วยวิธีนี้ก็คงจะมาจากต้องการลดอาการเกร็งของคนตกจากเวลาทุ่นขยับหาจังหวะวัดคันเบ็ดได้ง่ายมากขึ้น  เพราะทุ่นจะแสดงอาการเมื่อมีการทำร้ายเหยื่อด้วยความแรงที่มากพอควรเท่านั้น  การวานทุ่นแบบนี้สามารถสู้กระแสลมได้ดีเหมาะกับวันที่มีลมแรง
          เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าทุ่นชิงหลิวจะมีความไวต่อการกระทำของปลาต่อเหยื่อใต้น้ำสูงถ้าเราเลือกทุ่น-ถ่วงน้ำหนักได้อย่างเหมาะสม   แต่ถ้าไม่เหมาะสมละจะเป็นอย่างไรที่พบมาจะมีปัญหามากที่จะทำให้เรารู้สึกว่าปลาไม่กินเหยื่อเลย  หาจังหวะวัดปลาไม่ได้ วัดปลาไม่ติด  หรืออีกหลายๆปัญหา  เกิดจากทุ่นที่ใช้ใหญ่เกินไป  เลยต้องถ่วงตะกั่วมากตามไปด้วย  บ้างกรณีทุ่นเหมาะสมแต่ถ่วงตะกั่วมากเกินไปก็เป็นที่มาของปัญหาได้  สายหน้าที่ยาวเกินไปกับการตกวิธีนี้ก็คือปัญหาหนึ่ง   เพราะเราจะไม่ได้เห็นอาการของทุ่นเมื่อเจอกับปลาที่ดูดเล็มเหยื่ออย่างเบาบางได้เลย   รวมทั้งปลาที่กินเหยื่อระแวงมากๆจะทำให้ทุ่นไม่สามารถรับสัญญาณจากการเข้ามาดูดเหยื่อได้เลย   โดยข้อจำกัดจากเทคนิคที่ไม่เหมาะสมนี้เป็นต้น
          จากรูปที่3.  แบบบาลานซ์    ส่วนตัวผมแบ่งการตกรูปแบบนี้แค่สองอย่างคือแบบเหยื่อแตะพื้นกับแบบเหยื่อลอย  ที่ต่างกันเพียงแค่เหยื่อแบบลอยจะใช้ทุ่นที่มีขนาดใหญ่กว่าแล้วรูดลายสต๊อปเปอร์ลงมาให้เหยื่อลอยขึ้นห่างจากพื้นตามต้องการเท่านั้น  ส่วนระดับความลึกของเหยื่อก็แล้วแต่ท่านผู้ตกว่าวันที่ท่านไปตกปลาหากินที่ระดับความลึกเท่าไร   
          การวางเหยื่อรูปแบบนี้จะต้องมีความชำนานในการเลือกทุ่น  ถ่วงตะกั่ว  ความยาวสายหลีด  ขนาดตัวเบ็ด  ชนิดเหยื่อที่เราใช้จะมีผลกระทบกับการตกด้วยวิธีนี้มากที่สุด 
          ขนาดทุ่นถ้าเบอร์เล็กไปจะตั่งทุ่นยาก  อ่านทุ่นลำบาก  ที่ระดับความลึกไม่เหมาะสม  เพราะทุ่นจะมีการลอยตัวที่ต่ำ  จมตัวลงได้ง่ายมาก  ระยะระหว่างทุ่นกับเหยื่อมีมากจนทุ่นที่เล็กไม่สามารถควบคุมตัวเองได้  คนตกจะมีอาการหลอนตลอดเวลาเพราะทุ่นจะขยับไปมาตลอดเวลาเมื่อโดนกระแสลม  กระแสน้ำ  หรือผลจากปลาที่เ้ข้ามาใกล้ทุ่น  จับจังหวะการวัดคันไม่ได้แน่นอนบางคนสติแตกไปเลยก็เคยมีให้เห็น   ทุ่นที่ใหญ่มากเกินไปก็ต้องถ่วงตะกั่วมากตามน้ำหนักตะกั่วที่ถ่วงตัวทุ่นไว้ย่อมส่งผลให้ทุ่นจะขยับตัวช้าตามไปด้วย  ไม่ทันกับการเข้ากินเหยื่อของปลาหรือแสดงอาการน้อยมากเกินไปเพราะปลาที่เข้ามาดูดเหยื่อเกิดอาการระแวงภัย  การทดลองเป็นเรื่องที่ผู้ตกต้องทำเองบ่อยๆเพื่อที่จะได้รู้ถึงความเหมาะสมของทุ่นที่ตัวเองมีใช้อยู่   ทุ่นทีมีจำหน่ายทั่วไปต่างแบบต่างยี้ห้อกันย่อมมีผลกับการใช้งานที่แตกต่างกันไปด้วย
          เหยื่อมีความสำคัญตามชนิดและวิธีผสมเหยื่อ  จะมีผลกับการตกแบบเหยื่อลอยมากกว่าแบบเหยื่อแตะพื้น  เหยื่อที่ใช้จะเป็นรำกับขนมปังเป็นหลักทั้งสองอย่างนี้เมื่อผสมน้ำลงไปมากน้อยต่างกันหรือมีการผสมกันระหว่างรำกับขนมปัง  น้ำหนักเหยื่อที่ได้เมื่อปั้นเป็นก้อนขนาดเดียวกันจะไม่เท่ากัน รำจะหนักกว่าขนมปังเมื่อมีขนาดเท่ากัน  ต้องทดลองปั้นเหยื่อหุ้มเบ็ดทดลองดูว่าทุ่นจะรับน้ำหนักเหยื่อได้หรือไม่  จะได้เลื่อกทุ่นให้เหมาะสมกับเหยื่อได้เหมาะสมกัน
          การตกรูปแบบนี้เป็นที่นิยมสำหรับมือหลิวที่ชื่นชอบการอ่านทุ่นเป็นพิเศษ  สามารถตกปลาได้กว้างขวางหลากหลายชนิด  โดยเฉพาะปลาที่กินเหยื่อเบามากๆสามารถแสดงการกินเหยื่อของปลาต่างชนิดกันได้เป็นอย่างดี  โดยมีรูปแบบการเข้ามาดูดกินเหยื่อที่แตกต่างกันได้โดยสังเกตุจากการขยับตัวของก้านสีของทุ่นได้ชัดเจนมากขึ้น
          ทุ่นถูกทุ่นแพงย่อมมีความแตกต่างกันในการใช้งานแน่นอน  เพียงแต่ผู้ใช้จะนำมาใช้ให้เหมาะสมกับชนิดของปลาและวิธีตกของตนเองหรือไม่   ความคุ้นเคยย่อมมีผลกับการตกปลาสูงที่สุด   การใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมและรู้จักการสิ่งที่ใช้งานมากขึ้นเป็นตัวช่วยให้การตกปลาประสพควาำมสำเร็จได้มากขึ้น
         ข้อสงสัยอื่นใดก็ถามกันมาได้นะครับจะไปค้นหามาแจกแจงกันต่อไป   ขอบคุณที่ติดตาม 
          ขอให้สนุกกับการตกปลาครับ   


http://www.fishing4you.com/webboard/index.php?topic=1915.0.

 
บันทึกการเข้า
สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "



"อย่าคิดมาก   พรุ่งนี้ก็เช้าแล้ว"

ฅนสันโดษ

  • Auction&Seller Member
  • *
  • คะแนนโหวต 16
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 779
  • ชื่อ-สกุล: dong. ฅนสันโดษ
  • ที่อยู่: อ.คีรีมาศ จ. สุโขทัย
  • เบอร์โทร: 08-9703-6165
  • อย่าคิดมาก พรุ่งนี้ก็เช้าแล้ว...ครับ
วันนี้ว่าด้วยชิงหลิว ภาคก่อนออกสนาม

 ติดตามมาสองตอนแล้ววันนี้จะพาไปดูเงื่อนเลขแปดกันครับ เงื่อนนี้ใช้ผูกปลายสายเมน มาดูขั้นตอนกันดีกว่าครับ

1.ทบเอ็นแล้วทำตามรูปเลยนะครับ  ห่วงที่ได้ประมาณสองนิ้วอย่าให้ใหญ่กว่านี้
2.เมื่อได้แล้วมัดห่วงเล็กๆที่ปลายห่วง ห่วงเล็กๆอันนี้เอาไว้ใช้ตอนจะเก็บสายกลับบ้านครับ
3.จากภาพเส้นที่หัวเป็นปมจะแทนไหมญี่ปุ่นที่ปลายคัน ให้เรานำสายที่มัดเงื่่อนเลขแปดไว้มาทำห่วงดังภาพ แล้วนำไหมญี่ปุ่นมาสอดเข้าในห่วง
4.รูดสายให้ตึง จะได้ดั่งรูปถ้าทำถูกต้องจะดึงไม่หลุดนะครับ จะสังเกตุว่าจะมีห่วงเล็กๆที่เราผูกไว้แต่ต้นโผล่ออกมา ห่วงนี้เวลาเก็บสายเลิกตกก็ดึงห่วงนี้สายเมนที่เรามัดไว้จะคลายออกโดยง่ายครับ
                  5.เป็นการวางลายสตอปเปอร์ ที่สายเมนครับ สีแดงเป็นจุดมาร์คทุ่นบอกระดับความลึกของจุดที่เราตก มีประโยชน์มากเวลาที่เราจะเปลี่ยนระดับเหยื่อมาเป็นเหยื่อแบบลอย   เราสามารถเช็คระดับการลอยของเหยื่อโดยวัดจากจุดนี้   เมื่อทุ่นเลื่อนออกจากที่เดิมก็อาศัยมาร์คนี้ตั่งทุ่นใหม่ได้ครับ
                   สีเขียวดำด้าบบนใช้ตั่งทุ่นให้อยู่ในระดับความลึกที่ต้องการ   สีเขียวดำด้านล่างเอาไว้ล๊อคทุ่นไม่ให้รูดลงไปที่ลูกหมุนกันปลายทุ่นเสียหายเวลาช้อนปลาด้วยสวิง  ผมจะให้ห่างตัวเบ็ดประมาณ 50 cm   ชุดนี้ใช้อยู่ปัจจุบันจะใช้ตัวเสียบทุ่นแบบรูดตามสายได้   ใครจะใช้แบบอื่นๆก็ได้นะครับ ถ้าเป็นแบบเสียบตายตัวก็ไม่ต้องใส่ลายสตอปเปอร์ที่เอาไว้กั้นทุ่น ใส่แต่ตัวมาร์คก็พอครับ ตัวเสียบทุ่นจะทำให้ผู้ตกสามารถเปลี่ยนทุ่นได้ง่าย   ทำให้สามารถเปลี่ยนวิธีตกจากหน้าดินเป็นเหยื่อลอยได้รวดเร็วเพีนงแค่เปลี่ยนทุ่นเท่านั้น
                   6.รูปนี้เป็นชุดลูกหมุน จะมีลูกหมุนเล็ก แกนพันตะกั่วและลายสตอปเปอร์กันตัวแกนพันตะกั่ววิ่งไปมา แกนตัวนี้จะทำให้เราพันตะกั่วได้ง่ายและตัดตะกั่วเวลาตั่งทุ่นได้ง่ายดายครับ


  สุดท้ายเป็นคันเบ็ดชิงหลิว ที่เห็นเป็นคันการไฟท์แบบซูม 4.5 เมตร แบบห้าท่อนครับท่อนปลายผมมัดปมไว้เลยถอดออกมาไม่ได้ ไม่ใช่คันทูแพคแบบต่อกันนะครับ คันนี้จะมีด้ามสั้นๆแถมมาอีกอันเอาไว้ให้เราเปลี่ยนความยาวคันเป็น 3.7 เมตรได้โดยใช้แทนด้ามอันยาว ที่จุดปิดเกลียวจะมีห่วงไว้ใส่สายเซฟตี้ครับมคันนี้มีทั้งสองด้าม  มุมขวาล่างเป็นเอ็นถ่างสายเบ็ดสองตัวแทนสามทาง ทำจากเอ็นพันด้ายครับ ไว้มาต่อกันโอกาสหน้านะครับ

   มันเป็นเกมจำลองเหมือนจริงครับ ต้องอ่านจังหวะทุ่นให้ดี ทีเดียวติด นำไปใช้ได้จริงนะ เวลาออกรอบจริงจะได้ไม่เกร็ง ผมถือคติว่าไม่แน่ใจให้น้องปลากินฟรีครับ อย่ายก(คนตกหลิวเวลาเซ็ตฮุกเรียกว่า ยก ครับ)ถ้าไม่มั่นใจว่าจะติดปลา ยอมให้กินฟรีแล้วหย่อนเหยื่อลงที่เดิม มีโอกาสสูงที่จะได้ตัวครับ เวลายกต้องไวนิ่มนวล จะสบัดคันแบบตกบึก มิได้นะครับ สบัดปลายคันเร็วและสั้นใช้ข้อมือ ชูคันขึ้นเช็คปลาตั้งคันไว้เสมอ โดนดึงหนักไม่ไหวปล่อยคันทันที ถ้าไม่มีสายเซฟตี้ชี้คันตามปลาปล่อยขาดไปครับ ไว้จะเอาจังหวะที่ควรยกคันมาให้ชมครับพร้อมกับอาการของทุ่น ว่ากินแบบนี้เป็นปลาอะไร ทำไมคนตกชิงหลิวจึงเลือกชนิดปลาที่ติดเบ็ดได้(โม้กันเข้าไป )


    โปรดติดตามนะครับ(ออกไปตกด้วยนะครับ อย่าไปสนว่าจะผิดหรือถูกต้องตามวิธี หาวิธีที่เราถนัดดีที่สุดครับ)



http://www.fishing4you.com/webboard/index.php?topic=1036.0.

  สปิ๋ว-สปิ๋ว-สปิ๋ว.............

  มาอีกรอบครับ  สำหรับบทความการตกปลาเกล็ดแบบสปิ๋ว
   มาทำความเข้าใจกันก่อนว่าคำว่าสปิ๋วคืออะไร   
  สปิ๋วเป็นการรวมคำสองคำเข้าด้วยกันแบบมั่วๆของนักตกปลา  มาจากคำว่า"สปินนิ่งกับคำว่าชิงหลิว" นำมารวมกันเรียกวิธีตกปลาเกล็ดรูปแบบหนึ่งโดยอาศัยความได้เปรียบจากคัน-รอกจากชุดตกปลาแบบสปินนิ่ง  ที่มีสายยาวและมีชุดเบรคช่วยในการตกปลานำมารวมกับสายหน้าและการใช้ทุ่นตกปลาแบบคันชิงหลิว   
  เมื่อเรานำสองสิ่งมารวมกันเราจะได้คันเบ็ดที่มีรอก,สายเอ็นที่ยาว,มีระบบเบรคช่วยในการสู้ปลา,ได้การตกปลาแบบใช้ทุ่นชิงหลิวที่ว่องไว,ได้เปรียบเรื่องระยะทางในการส่งเหยื่อที่ไม่จำกัดเหมือนคันชิงหลิวที่มีแค่สายยาวเท่าที่ผูกไว้ที่ปลายคัน
   สรุปว่า สปิ๋วเป็นชื่อเรียกวิธีตกปลาด้วยคัน,รอกสปินนิ่ง+ด้วยชุดสายหน้าและการอ่านทุ่นแบบการตกปลาด้วยคันชิงหลิวเท่านั้นเองครับ ไม่ใช่ชื่อคัน,ชื่อรอกหรือชื่ออะไรต่อมิอะไรที่เรียกกันไปโดยไม่รู้ถึงความหมายที่แท้จริงตามๆกันไปครับ
คันที่ใช้เราควรเลือกคันแบบไหน แน่นอนครับว่าส่วนใหญ่จะเป็นคันสปินนิ่ง  ผมยืนยันได้เลยครับว่าสามารถเอามาใช้ได้ตั่งแต่คันที่ความยาว4.5 ฟุตไปจนกระทั่งคันที่มีความยาว15 ฟุตเลยทีเดียว
  ความต้องการในการใช้งานของคนที่ตกจะเลือกความยาวของคันเบ็ดเองครับ  ไม่ใช่ว่าคันไม่เกินหกฟุตอ่อนเป็นคันสปิ๋วคนที่บอกท่านแบบนั้นเชื่อได้เลยครับว่าไม่ได้เข้าใจคำว่าสปิ๋วเลยแม้แต่นิดเดียว   คันอ่อนเวทสายน้อยๆเขาเรียกว่าคันอัลตราไลท์เป็นคันที่เราเลือกเอามาใช้ตกสปิ๋วกันต่างหาก
  สถานที่ตกที่เราจะส่งเหยื่อใกล้-ไกล  รกทึบหรือโล่งแจ้ง  ความต้องการในการพกพาที่สะดวกหรือต้องการคันที่สามารถสู้กับปลาขนาดใหญ่ๆได้อย่างสบาย  และอีกมากมายหลายเหตุผลจะเป็นส่วนในการเลือกความยาวคันเบ็ดที่จะนำมาใช้งานของเราครับ
   ถ้าเข้าใจตรงนี้แล้วก็สบายใจได้เลยว่า  เราจะเลือกความยาวคันเท่าไรก็ได้ตามใจเรา
  ที่นี้เวทของสายเอ็นละ จะเลือกคันอ่อนแข็งขนาดไหนจึงจะดี  ปลาเกล็ดมีความบอบบางที่ปากในปลาบางชนิด  แหล่งที่ตกมีปลาขนาดเล็กมาก  ทุ่นชิงหลิวที่เราใช้จะแสดงความสามารถได้ดีกับสายเอ็นที่เล็กพอสมควร 
  สายเอ็นที่เราจะนำมาใช้งานจึงควรมีเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 0.30 mm คันเบ็ดไม่ว่าความยาวขนาดไหนก็จะมีเวทของสายเอ็นอยู่ที่ไม่เกิน-14-15 lbเป็นอย่างสูงครับคันที่แข็งเกินไปจะทำให้สายเอ็นช้ำง่ายเกินไปสู้กับปลาเล็กได้ไม่สนุกและนิ่มนวล 
...........คันเบ็ดที่ดีควรมีน้ำหนักเบาเพราะการตกสปิ๋วที่ดีควรถือคันเบ็ดไว้ในมือตลอดเวลา
ทีนี้เราก็มาเลือกรอกกันครับ รอกที่ใช้ก็เป็นรอกขนาดเล็กน้ำหนักเบาประเภทอัลตราไลท์เช่นเดียวกัน สายที่ใช้ให้เหมาะกับรอกขนาด 6-8 lb บรรจุสายได้100 หลา
   การตกปลาที่เราต้องถือคันถือรอกอยู่ในมือตลอดเวลารอกต้องเบาจึงจะถือได้นานหลายๆชั่วโมง
   สายเอ็นที่เราใช้เส็นเล็กๆความยาวสายอย่างมากก็แค่100 หลาหรือ 100 เมตรเราจึงไม่ต้องเลือกรอกที่จุสาย200-300 หลามาใช้ให้หนักโดยเปล่าประโยชน์
   รอกควรจะมีคุณภาพดีพอสมควร โดยเพราะระบบเบรคต้องเรียบเนียน นิ่มนวลมากๆเพราะผมจะชอบตกแบบเปิดเบรคให้เบาหน่อยเวลาตกแล้วค่อยไปเพิ่มแรงกดเบรคเอาทีหลังตามขนาดของปลาที่กินเบ็ด
  จากข้างต้นที่กล่าวมาจึงเป็นแนวทางการเลือกรอกที่จะเอามาใช้งานตามคุณสมบัติที่เราต้องการ  ส่วนราคาของรอกก็ตามงบในกระเป๋าของแต่ละคนที่มีมากน้อยต่างกัน
 ชุดตก,สายหน้า,วิธีตกเราใช้รูปแบบการตกแบบการตกปลาด้วยคันชิงหลิว  จึงขอให้ศึกษารูปแบบการตกตามลิ้งค์ที่ลงไว้ดูนะครับติดขัดประการใดก็เข้ามาสอบถามกันได้นะครับ
รวมชิงหลิวเบื้องต้น


http://www.fishing4you.com/webboard/index.php?topic=2716.0.

<*)))))<  <หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคงจะเป็นประโยชน์กับทุกๆ ท่านนะครับ>  >((((**> :) :)

บันทึกการเข้า
สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "



"อย่าคิดมาก   พรุ่งนี้ก็เช้าแล้ว"

พีชญ์ { kukuthailand }

  • Auction&Seller Member
  • *
  • คะแนนโหวต 1
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 367
  • ที่อยู่: PHITSANULOK
  • เสียวหลุดทีม
 8) ความรู้ล้วนๆ    8) ::dd8:: ::dd8::
บันทึกการเข้า

MaNudKob

  • นักตกปลามืออาชีพ
  • *
  • คะแนนโหวต 2
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 126
  • ชื่อ-สกุล: ฟอเรสท์ ฮัท
  • ที่อยู่: บางกระทุ่ม พิษณุโลก
  • เบอร์โทร: 085-537-6317
  • เป็นไปไม่ได้ ทำไม่ได้ หรือไม่ได้ทำ
 ::dd8:: ::dd8:: ::dd8::สุดยอดเลยครับน้าฅนสันโดษ ได้อ่านเทคนิคดีๆแบบนี้ พรุ่งนี้ต้องซ้อมมือหน่อยแล้ว... 8) 8) 8)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08/03/2012 โดย MaNudKob »
บันทึกการเข้า
พักผ่อนกับเกมส์กีฬาตกปลาได้ที่ บ่อตกปลาฟอเรสท์ฮัท http://www.facebook.com/ForestHutFishingPark.

ต๋อง ฉะโด

  • นักตกปลามืออาชีพ
  • *
  • คะแนนโหวต 1
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 210
  • ชื่อ-สกุล: ยิ่งศักดิ์ ศรีสวัสดิ์
  • ที่อยู่: 23/22 ถ.เอกาทศรฐ อ.เมือง จ.พิษณุโลก
  • เบอร์โทร: 089-7052878
                อ่านแล้วได้ความรู้และเทคนิดมากเลยครับน้า ผมชอบ สุดยอด ครับ..........ผม
บันทึกการเข้า

ฅนสันโดษ

  • Auction&Seller Member
  • *
  • คะแนนโหวต 16
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 779
  • ชื่อ-สกุล: dong. ฅนสันโดษ
  • ที่อยู่: อ.คีรีมาศ จ. สุโขทัย
  • เบอร์โทร: 08-9703-6165
  • อย่าคิดมาก พรุ่งนี้ก็เช้าแล้ว...ครับ
::dd8:: ::dd8:: ::dd8::สุดยอดเลยครับน้าฅนสันโดษ ได้อ่านเทคนิคดีๆแบบนี้ พรุ่งนี้ต้องซ้อมมือหน่อยแล้ว... 8) 8) 8)


ซ้อมให้มั่นใจเลยครับ แล้วสมัครมาลองของจริง 21 เม.ย 55 แมทช์ ปิ๋ว ปะทะ หลิว กันเลยครับ ::dd9:

                อ่านแล้วได้ความรู้และเทคนิดมากเลยครับน้า ผมชอบ สุดยอด ครับ..........ผม

ขอบคุณมากครับ  ตกไม่ถนัดถ้าได้อ่าน อย่างน้อยก็รู้จักอุปกรณ์ และเทคนิคการ นั่งหลิว ก่อนที่จะซื้อมาเป็นเจ้าของ แล้วก้ไปนั่งกันจริงๆครับ :P
บันทึกการเข้า
สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "



"อย่าคิดมาก   พรุ่งนี้ก็เช้าแล้ว"

samuza2010

  • กระบี่ อยู่ที่ใจ แค่ไม้ไผ่ ก็ไร้เทียมทาน
  • นักตกปลามือใหม่ขั้น 1
  • *
  • คะแนนโหวต 0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 34
  • ชื่อ-สกุล: จิรายุสแป้นราม
  • ที่อยู่: 203/3 ม.12 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ 10540
  • เบอร์โทร: 0820760433
บันทึกการเข้า
 

Untitled Document


Untitled Document